วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568

ทำไม SME ไทยต้องเข้าใจ Supply Chain? เปลี่ยนต้นทุนเป็นกำไรด้วยการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดย อาจารย์อ๊ะ

 ทำไม SME ไทยต้องเข้าใจ Supply Chain? เปลี่ยนต้นทุนเป็นกำไรด้วยการจัดการที่มีประสิทธิภาพ  โดย อาจารย์อ๊ะที่ปรึกษา Startup และ SME 

    ในปี 2025 ธุรกิจ SME ไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น  เช่น ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น,  ค่าขนส่งแพงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว SME ที่ต้องการเติบโตและอยู่รอด  ไม่สามารถพึ่งพาระบบการบริหารแบบเดิมได้!  การจัดการ  Supply Chain (ห่วงโซ่อุปทาน) อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มกำไร และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน  



Supply Chain คืออะไร? 

    Supply Chain  หรือ  ห่วงโซ่อุปทาน คือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ  การจัดหาวัตถุดิบ การผลิตสินค้า การขนส่ง การจัดเก็บสต็อก และการส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ  

หากซัพพลายเชน **ทำงานได้ดี** ธุรกิจจะสามารถ  

✅ ลดต้นทุนการผลิต  

✅ มีสินค้าพร้อมจำหน่ายเสมอ  

✅ ส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้เร็ว  

✅ ปรับตัวตามความต้องการตลาดได้ทัน  


แต่ถ้าการบริหารซัพพลายเชน **ไม่มีประสิทธิภาพ** จะเกิดปัญหาต่างๆ เช่น  

❌ ต้นทุนสูงเพราะซื้อวัตถุดิบแพงเกินไป  

❌ สินค้าหมดสต็อก ทำให้พลาดโอกาสขาย  

❌ ขนส่งล่าช้า ลูกค้าไม่พอใจ  

❌ สินค้าเสียหายระหว่างทาง  

    ในอดีต SME อาจคิดว่า Supply Chain เป็นเรื่องของธุรกิจขนาดใหญ่ เท่านั้น แต่ปัจจุบัน ธุรกิจทุกขนาดต้องให้ความสำคัญกับการจัดการซัพพลายเชน  **เพราะมันช่วยให้ธุรกิจเติบโตและลดความเสี่ยง** 

ทำไม SME ไทยต้องให้ความสำคัญกับ Supply Chain? 

1. **ลดต้นทุนการผลิตและจัดซื้อ**  

   - การบริหารซัพพลายเชนที่ดีช่วยให้ SME **เลือกซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม**  

   - การสั่งซื้อวัตถุดิบในปริมาณที่พอดี ช่วยลดต้นทุนการเก็บสต็อก  

2. **เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งและสต็อกสินค้า**  

   - หากไม่มีสินค้าพร้อมขาย ลูกค้าอาจไปซื้อจากคู่แข่ง  

   - ระบบซัพพลายเชนที่ดีช่วยให้ SME **รู้ว่าสินค้าตัวไหนขายดี ควรสั่งเพิ่มตอนไหน**  

3. **รองรับการแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น**  

   - SME ที่บริหารซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ๆ ได้  

   - สามารถปรับราคาสินค้าได้ดีขึ้น เพราะมีต้นทุนที่ถูกลง  

4. **ลดความเสี่ยงจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน**  

   - เช่น วัตถุดิบขาดแคลน การขนส่งล่าช้า ราคาสินค้าผันผวน  

   - ธุรกิจที่มีซัพพลายเชนที่ดีจะสามารถวางแผนรับมือกับความเสี่ยงได้ก่อน  


**ตัวอย่าง SME ไทยที่ใช้ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ**  

 Case Study #1: ธุรกิจร้านอาหาร  

ร้านอาหารที่เคยประสบปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน ทำให้ขายไม่ได้ในบางวัน หลังจากใช้ระบบบริหารซัพพลายเชน ที่ช่วยตรวจสอบสต็อกอัตโนมัติ ธุรกิจสามารถลดของเสียลงได้ถึง 30% และเพิ่มกำไรขึ้น 20%

Case Study #2: ธุรกิจเสื้อผ้า SME  

บริษัทขายเสื้อผ้าแฟชั่นและเคยมีปัญหา "สินค้าขายไม่ออก" เพราะผลิตมาเกินความต้องการ  หลังจากใช้ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มการขาย ทำให้สามารถผลิตเสื้อผ้าได้พอดีกับความต้องการ  ลดต้นทุนลง 15% และเพิ่มยอดขาย 25%

แล้ว SME ไทยควรเริ่มต้นอย่างไร?

✅ 1. วิเคราะห์กระบวนการทำงานปัจจุบัน  

   - ลองทบทวนว่า ปัจจุบันมีปัญหาอะไรในระบบซัพพลายเชนของธุรกิจ? เช่น สต็อกสินค้าค้างเยอะ ขนส่งล่าช้า หรือของขาดบ่อย  

✅ 2. เลือกใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดการ

   - ใช้  โปรแกรมจัดการสินค้าคงคลัง  เช่น Zoho Inventory, TradeGecko หรือระบบ Excel ขั้นสูง  

   - ใช้  AI หรือ Data Analytics วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและแนวโน้มสินค้า  

✅  3. พัฒนาความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์

   - สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ผลิต **เพื่อให้ได้ราคาต้นทุนที่ดีที่สุด**  

   - พยายามหา **แหล่งซัพพลายสำรอง** เผื่อกรณีซัพพลายเออร์หลักส่งของล่าช้า  

✅  4. ปรับปรุงกระบวนการจัดส่งให้มีประสิทธิภาพ

   - ใช้ บริษัทขนส่งที่มีระบบติดตามสินค้า เพื่อลดปัญหาส่งล่าช้า  

   - วางแผน ระบบจัดส่งแบบ Multi-Channel  เช่น ใช้ทั้ง Kerry, Flash, และขนส่งของตัวเอง  

✅  5. วางแผนรับมือความเสี่ยง

   - มีแผนสำรองสำหรับ  กรณีวัตถุดิบขาดตลาด 

   - ติดตามแนวโน้มตลาดอย่างใกล้ชิด  

บทสรุป  

การบริหาร Supply Chain ที่ดีช่วยให้  SME ไทยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน ธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วและมีซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง จะสามารถแข่งขันได้ในยุคที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

และหาก SME **ต้องการก้าวไปอีกระดับ** การศึกษา แนวคิดของ Startup และการใช้ เทคโนโลยีมาช่วยจัดการซัพพลายเชน  จะเป็น ตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตและเป็น Game Changer ที่สำคัญในทุกองค์กรที่ต้องการรับมือกับพลวัตของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในปัจจุบันนี้ 

 ***เตรียมอ่านตอนต่อไป!!   ผู้ประกอบการ SME ห้ามพลาด!!! 

      Supply Chain สำหรับ SME: จากร้านค้ารายย่อยสู่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่”

 ***อย่าลืมกดติดตามทุกช่องทางจากอาจารย์อ๊ะได้แล้ววันนี้

❤️ด้วยความปรารถนาดี❤️

อาจารย์อ๊ะ


#อาจารย์อ๊ะ

#อาจารย์อ๊ะที่ปรึกษาStartupสำหรับSME

#อาจารย์อ๊ะสอนธุรกิจให้คิดแบบStartup

#อาจารย์อ๊ะสอนพูดเพื่อPitchพิชิตกรรมการ


✅ แอดไลน์(Line) เพื่อพูดคุยและรับความรู้ธุรกิจฟรี! ได้ที่!  ไลน์ไอดีพิมพ์หา @ajarnah 

หรือกดที่ลิงค์นี้ 👇

https://line.me/R/ti/p/@ajarnah


✅ อ่านบทความแนวคิดการทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพ (Startup) ได้ฟรี! กดที่ลิงค์นี้ 👇

www.ajarnah.com 


✅ ติดตามช่องTiktok ของ อ อ๊ะ พิมพ์หา @ajarnah 

หรือกดที่ลิงค์นี้ 👇

https://www.tiktok.com/@ajarnah




วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ธุรกิจขายตรงกับการจัดการ Supply Chain: ความสำเร็จที่ต้องอาศัยการจัดการที่ครอบคลุม โดย อาจารย์อ๊ะ-ที่ปรึกษา Startup สำหรับ SME

 ✅ธุรกิจขายตรงกับการจัดการ Supply Chain: ความสำเร็จที่ต้องอาศัยการจัดการที่ครอบคลุม

😊ธุรกิจขายตรง (Direct Selling) ยังคงเป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อรวมกับการขายออนไลน์และระบบ Dropship Fulfillment ซึ่งตัวแทนจำหน่ายไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าเอง ธุรกิจนี้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับการจัดการ Supply Chain, Logistics และ Inventory Management ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🛜




บทความนี้จะพาคุณสำรวจความสำคัญของแต่ละองค์ประกอบในกระบวนการนี้ พร้อมด้วยการถอดบทเรียนจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรงในอดีต และมองถึงโอกาสความสำเร็จในอนาคต

🌏การจัดการ Supply Chain ในธุรกิจขายตรง ✅

Supply Chain Management เป็นแกนหลักของธุรกิจขายตรงที่ต้องประสานงานทุกภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภค การใช้เทคนิคต่างๆ เช่น Just-In-Time (JIT) ช่วยลดต้นทุนการเก็บสต็อกสินค้าและปรับปรุงความคล่องตัวในการจัดส่งสินค้าได้

Dropship Fulfillment ในระบบนี้ ผู้จำหน่ายไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง บริษัทเป็นผู้จัดการการส่งสินค้าโดยตรงจากคลังสินค้าไปยังผู้ซื้อ ระบบนี้ลดภาระของตัวแทนจำหน่าย แต่บริษัทต้องมีการจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการส่งสินค้าล่าช้าและปัญหาด้านความพร้อมในการจัดส่ง

Logistics การจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้ารวดเร็วเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ธุรกิจขายตรงที่มีระบบโลจิสติกส์ที่ดีจะสามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผู้ให้บริการขนส่งภายนอก หรือการจัดการขนส่งเอง

Inventory Management การจัดการสต็อกสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

ในธุรกิจขายตรง ความพร้อมของสินค้าถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า แต่การเก็บสต็อกมากเกินไปอาจเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยง ดังนั้นการจัดการ Inventory ที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญ

Safety Stock การเก็บสินค้าสำรองไว้เพื่อป้องกันการขาดแคลนสินค้าในกรณีที่มีความต้องการที่ไม่คาดคิด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องรักษาความพร้อมในการจัดส่ง

Inventory Turnover การคำนวณอัตราการหมุนเวียนของสินค้า (Inventory Turnover) ช่วยให้เรารู้ว่าต้องสั่งสินค้าเมื่อใด และสามารถคำนวณได้ว่าควรเก็บสต็อกเท่าไหร่ให้พอดีกับความต้องการของตลาด

Inventory on Hand การตรวจสอบปริมาณสินค้าคงคลัง (Inventory on Hand) อย่างสม่ำเสมอช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ทันที และหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนสินค้า

***นอกจากเราจะต้องวางกระบวนการจัดการโซ่อุปทาน Supply Chain Management ของธุรกิจขายตรงให้สอดคล้องทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ แต่อย่าลืมว่าธุรกิจขายตรงหรือการตลาดแบบตรง จำเป็นต้องทำงานกับกลุ่มคนหรือสมาชิกในระบบหรือทีมงานดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องคำนึงในเรื่องของ

👨‍❤️‍💋‍👨การแบ่งค่าคอมมิชชั่นและการบริหารจัดการตัวแทนจำหน่าย🙂😀

การสร้างแรงจูงใจ: ให้ตัวแทนจำหน่ายเป็นสิ่งสำคัญในธุรกิจขายตรง การแบ่งค่าคอมมิชชั่นเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการกระตุ้นยอดขายและรักษาตัวแทนจำหน่ายไว้

การแบ่งค่าคอมมิชชั่น: ระบบการแบ่งค่าคอมมิชชั่นควรมีความโปร่งใสและจูงใจ ตัวแทนที่ขายสินค้าได้มากก็ควรได้รับรางวัลที่มากขึ้น การกำหนดแผนค่าคอมมิชชั่นที่เหมาะสมกับทุกระดับของตัวแทนจำหน่ายจะช่วยสร้างความผูกพันและเพิ่มยอดขายได้อย่างยั่งยืน

การจัดการตัวแทนจำหน่าย: การบริหารจัดการตัวแทนจำหน่ายที่ดีคือการให้การฝึกอบรม การสนับสนุนทางเทคนิค และการสร้างแรงจูงใจต่างๆ เช่น โบนัสหรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

✅การตลาดแบบตรง: ข้อดี ข้อเสีย และโอกาสความสำเร็จ

ธุรกิจขายตรงมักใช้การตลาดแบบตรง (Direct Marketing) เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าโดยตรง ข้อดีของการตลาดแบบนี้คือความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้า

ข้อดี
- การเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุด และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าและแบรนด์
- การตลาดแบบตรงช่วยให้ตัวแทนจำหน่ายสามารถนำเสนอสินค้าและตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้ทันที ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้รวดเร็ว

ข้อเสีย
- การตลาดแบบตรงอาจเจอกับความท้าทายด้านความเชื่อมั่น หากสินค้าหรือบริการไม่เป็นไปตามที่ลูกค้าคาดหวัง
- ระบบนี้ยังต้องการการจัดการที่เข้มงวดในการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อป้องกันปัญหาด้านความไม่พอใจ

✅บุคลิกภาพที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรง😄

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรงมักมีบุคลิกภาพที่โดดเด่น พวกเขาต้องมีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจและมีทักษะในการติดต่อสื่อสารที่ดี

-ทักษะการสื่อสาร: ความสามารถในการพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญ คนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้มักมีทักษะในการฟังและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

-ความมุ่งมั่น: การทำธุรกิจขายตรงต้องการความพยายามและการไม่ยอมแพ้ บุคคลที่มีความตั้งใจจริงและความมุ่งมั่นในการทำงานจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

-การเรียนรู้ต่อเนื่อง: ผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้มักจะไม่หยุดเรียนรู้ พวกเขาต้องเปิดรับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ

🫢ถอดบทเรียนจากอดีตและโอกาสของอนาคต

จากการศึกษาเคสต่างๆ ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรง พบว่า การสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งและการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด บางคนสามารถสร้างรายได้หลักล้านบาทภายในระยะเวลา 2-5 ปี ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

***ธุรกิจขายตรงในปัจจุบันยังคงมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จนั้นต้องอาศัยการวางแผนและการบริหารจัดการที่รอบคอบ รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ✅

บทความนี้นอกเหนือจากที่เราพูดคุยกันในเรื่องของ Supply Chain กันแล้วผมคิดว่าผมยังมีอีกประเด็นสุดท้ายที่จะพูดคุยเป็นการส่งท้ายในบทความนี้คือ

🔥เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่? อยู่ 😢 ผมมี 10 ไอเดียในการถามตัวเองและตอบตัวเองแบบไม่โกหกตัวเองดังนี้

***การระบุว่าธุรกิจที่เรากำลังทำอยู่นั้นเป็นธุรกิจที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและพิจารณาองค์ประกอบหลายอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ นี่คือแนวทางและข้อควรระวังในการป้องกันการทำธุรกิจที่มีความเสี่ยง:

1. ตรวจสอบแผนการชำระผลตอบแทน

ธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมายจะต้องมีแผนการแบ่งผลตอบแทนที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล หากแผนการชำระเงินดูดีเกินจริงหรือให้ผลตอบแทนที่มากเกินไป โดยเฉพาะจากการแนะนำสมาชิกใหม่มากกว่าการขายสินค้า นี่อาจเป็นสัญญาณของแชร์ลูกโซ่

2. สินค้าหรือบริการมีคุณภาพและมีความจำเป็นต่อผู้บริโภค

ธุรกิจที่ถูกต้องจะมีสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคต้องการและพร้อมจ่ายเงิน หากธุรกิจมุ่งเน้นการขายแพคเกจเพื่อเข้าร่วมธุรกิจหรือการสมัครสมาชิกมากกว่าการขายสินค้า นั่นอาจเป็นสัญญาณที่น่าสงสัย

3. ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของบริษัท

ก่อนเข้าร่วมธุรกิจ ควรตรวจสอบว่าบริษัทมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่หรือการฉ้อโกงทางการเงิน

4. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายได้หลักของบริษัท

รายได้ของธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องจะมาจากการขายสินค้าให้กับผู้บริโภค หากรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการแนะนำตัวแทนใหม่ นี่อาจเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง

5. อย่าลงทุนมากเกินไปในระยะเริ่มต้น

หลีกเลี่ยงการลงเงินจำนวนมากในการเริ่มต้นธุรกิจ หากธุรกิจนั้นมีข้อกำหนดให้ซื้อสินค้าหรือเข้าร่วมด้วยจำนวนเงินที่สูง อาจเป็นสัญญาณของการฉ้อโกง

6. ตรวจสอบความคิดเห็นของผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจ

การตรวจสอบรีวิวและความคิดเห็นจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์ทำงานในบริษัทนั้นมาก่อน จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่าธุรกิจนี้มีปัญหาหรือเคยมีข้อร้องเรียนใด ๆ หรือไม่

7. บริษัทต้องมีเอกสารแสดงผลประกอบการที่โปร่งใส

บริษัทที่โปร่งใสจะมีเอกสารทางการเงินที่สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงรายงานผลประกอบการต่าง ๆ ควรตรวจสอบข้อมูลนี้ก่อนเข้าร่วมธุรกิจ

8. ศึกษากฎและข้อบังคับของธุรกิจขายตรง

ธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมายต้องปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับที่ระบุไว้ตามกฎหมายของประเทศ เช่น การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจขายตรง หรือการปฏิบัติตามกฎหมายการป้องกันแชร์ลูกโซ่

9. สอบถามและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจ
หากไม่แน่ใจในแผนธุรกิจ ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจที่เข้าร่วมนั้นไม่มีความเสี่ยง

10. ความสำเร็จต้องมาจากการทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่การเชิญคนเข้าร่วม

ธุรกิจที่ถูกต้องจะสนับสนุนให้คุณสร้างรายได้จากการทำงานและขายสินค้า ไม่ใช่แค่การเชิญคนมาเป็นสมาชิก หากคุณสามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้าได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งพาการเพิ่มสมาชิก นั่นคือธุรกิจที่โปร่งใสและปลอดภัย

***เป็นอย่างไรกันบ้างครับ....สำหรับบทความที่ค่อนข้างจะยาวแต่เนื้อหาอัดเเน่นให้กับทุกคน!

บทความนี้สรุปได้ว่า ธุรกิจขายตรงที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการจัดการ Supply Chain Management, Logistics, และ Inventory Management ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการแบ่งค่าคอมมิชชั่น การตลาดที่ตรงเป้า และการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงการสร้างตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่ง

❤️ด้วยความปรารถนาดีจากใจ❤️

#อาจารย์อ๊ะ
#อาจารย์อ๊ะที่ปรึกษาStartupสำหรับSME
#อาจารย์อ๊ะสอนธุรกิจให้คิดแบบStartup
#อาจารย์อ๊ะสอนพูดเพื่อPitchพิชิตกรรมการ
#ที่หนึ่งในเรื่องของที่ปรึกษาStartupสำหรับSME
#สตาร์ทอัพต้องเริ่มต้นที่Mindsetที่ถูกต้องก่อน
#TheRightMindsetTheRightStartup
#ThePrinceOfStartup
#PitchingMasterClassGroup
#PitchingMasterClassGroupbyAjarnAh
#PMGGroup
#PMG

✅ แอดไลน์(Line) เพื่อพูดคุยและรับความรู้ธุรกิจฟรี! ไลน์ไอดีพิมพ์หา @ajarnah
หรือกดที่ลิงค์นี้ 👇
https://line.me/R/ti/p/@ajarnah

✅ สนใจ เข้าร่วม “กลุ่มฟรี! สอนพูดเพื่อ PITCH พิชิตกรรมการ/ลูกค้า/นักลงทุน โดย อาจารย์อ๊ะ
กดที่ลิงค์นี้👇
https://www.facebook.com/share/YtRvgjctWXvDDAjX/?mibextid=K35XfP

✅ อ่านบทความแนวคิดการทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพ (Startup) ได้ฟรี! กดที่ลิงค์นี้ 👇
www.ajarnah.com

ทำไม SME ไทยต้องเข้าใจ Supply Chain? เปลี่ยนต้นทุนเป็นกำไรด้วยการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดย อาจารย์อ๊ะ

 ทำไม SME ไทยต้องเข้าใจ Supply Chain? เปลี่ยนต้นทุนเป็นกำไรด้วยการจัดการที่มีประสิทธิภาพ   โดย อาจารย์อ๊ะที่ปรึกษา Startup และ SME       ในป...